คลังเก็บหมวดหมู่: ไม่มีหมวดหมู่

รูปแบบโฆษณาบน desktop

โฆษณาป็อปอัป (pop-up) ที่ปรากฏแทรกเพจที่ผู้บริโภคต้องการอ่านอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้นติดชาร์จรูปแบบโฆษณาที่ผู้ชมไม่ปลื้มมากที่สุด โดย pop-up ads ติดอันดับทั้งฝั่งโฆษณาบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ desktop และบนอุปกรณ์พกพา mobile ทีเดียว

สมาคม Coalition for Better Ads ซึ่งเป็นการรวมตัวของแบรนด์ใหญ่และสมาคมนักการตลาด เปิดเผยผลการสำรวจล่าสุดจากการสอบถามความเห็นของผู้บริโภคกว่า 25,000 คนเพื่อจัดอันดับประสบการณ์โฆษณา 104 รูปแบบที่ให้บริการในขณะนี้ บนความหวังว่าจะช่วยให้ทราบว่าผู้บริโภคคิดอย่างไรรวมถึงปัจจัยที่ทำให้เลือกใช้เทคโนโลยีปิดกั้นโฆษณาหรือ ad blocking tech

ปรากฏว่า 4 ใน 6 รูปแบบโฆษณาบน desktop นั้นสอบตกอย่างขาดลอย เช่นเดียวกับโฆษณา 8 ใน 12 รูปแบบบน mobile ซึ่งไม่ได้ติดกลุ่มรูปแบบโฆษณาที่ “รับได้” หรือ acceptable experience

4 รูปแบบโฆษณาบน desktop ที่ถูกวิจารณ์หนักที่สุดคือโฆษณา pop-up ads, โฆษณาเล่นอัตโนมัติพร้อมเสียง, โฆษณาเต็มจอที่นับถอยหลังจึงจะสามารถปิดได้ และแถบโฆษณายักษ์ด้านล่างจอที่ถูกตรึงไว้ไม่สามารถปิดได้

สำหรับ mobile รูปแบบที่ไม่มีใครปลื้มคือ pop-up ads, โฆษณาขนาดใหญ่เต็มจอ, โฆษณาที่มีความถี่มากจนกินพื้นที่เกิน 30% ของเพจ, โฆษณากระพริบ, โฆษณาเล่นอัตโนมัติพร้อมเสียง, โฆษณาเต็มจอที่นับถอยหลังจึงจะสามารถปิดได้, โฆษณาเลื่อนได้ที่มีขนาดเต็มหน้าจอ และแถบโฆษณายักษ์ด้านล่างจอที่ถูกตรึงไว้ไม่สามารถปิดได้

จุดประสงค์ของการเปิดเผยผลสำรวจนี้ คือการจุดประกายให้นักการตลาดทั่วโลกได้ทราบว่าโฆษณารูปแบบใดที่ผู้ชมไม่ปลื้ม ทำให้สามารถช่วยให้โลกคุมกำเนิดโฆษณาที่ “ไม่เวิร์ก” ได้ง่ายขึ้น ผู้สนใจสามารถคลิกชมรายละเอียดได้ที่นี่

สำหรับภาคี Coalition for Better Ads นี้เป็นการรวมตัวของ Procter & Gamble, Unilever, Google และ Facebook รวมถึงสมาคมนักการตลาดอย่าง World Federation of Advertisers, IAB Europe และสมาคมเอเจนซี่ American Association of Advertising Agencies รายชื่อสมาชิกของกลุ่มนี้สะท้อนถึงความร่วมมืออย่างจริงจังทั้งจากฝั่งยุโรปและอเมริกา

ที่มา: BetterAds

ไวนิลลามิเนต

ไวนิลลามิเนต ประกอบด้วยชั้นต่างๆ 5 ชั้น ดังนี้

1. Overlay : ผิวหน้าพื้นไม้ลามิเนตชั้นบน

ผิวหน้าของพื้นไม้ไวนิลลามิเนต จะถูกเคลือบด้วยสารประกอบของเรซิ่น ซึ่งประกอบไปด้วยสารเคลือบหลายอย่างเช่น อลูมิเนียมออกไซด์ หรือเมลามิน มีความหนาถึง 45 กรัมต่อตารางเมตร. ซึ่งโดยปกติมาตรฐานจะอยู่ที่ 38 กรัมต่อตารางเมตร. จึงทำให้ผิวหน้ามีความเเข็งเเรง ทนทานต่อรอยขูดขีด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเสริมความแข็งแกร่งของพื้นไม้ลามิเนต

2. Decorative Layer Paper : ชั้นตกแต่ง

คือชั้นของรูปภาพนั่นเอง เป็นส่วนที่ทำให้ลามิเนตมีคุณสมบัติการเลียนแบบพื้นผิวธรรมชาติอย่างเช่น ลายไม้ทำให้พื้นไม้ลามิเนตมีความเหมือนของจริงมาก

3. Core layer-Fiberboard : แกนกลางแผ่นไม้ HDF

ชั้นของแผ่นได้บดผสมกาวเรซิน อัดด้วยความร้อนและแรงดันสูง โดยใช้กรรมวิธีการผลิตพิเศษได้รับมาตรฐาน E.1 จึงมั่นใจได้ว่า ปลอดภัยจากสารเคมี ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ส่วนแกนกลางของลามิเนตที่ช่วยรับน้ำหนักและแรงกดจากการเดิน ความหนาแน่นสูง HDF = 900 กรัมต่อตารางเมตร ที่มีความทนทานและทนต่อความชื้น อีกทั้งเรซิ่นอิ่มตัวยังทำให้เนื้อวัสดุมีความแข็งแกร่งมาก

4. Click Lock System & Paraffin Wax : รางลิ้นระบบคลิ๊กล็อค เคลือบสารพาราฟินแวกซ์

ระบบการติดตั้งที่ดีที่สุด ทำให้ได้รอบต่อของแผ่นไม้เรียบสนิท โดยไม่ต้องใช้กาวในการติดตั้ง ผนวกกับเคลือบสารพาราฟินแวกซ์ บริเวณส่วนคลิ๊กล็อค เพื่อป้องกันความชื้นซึมเข้าถึง

5. Balancing Stability Layer : แผ่นปิดผิวชั้นล่างป้องกันความชื้น

ชั้นล่างสุดก็คือชั้นที่ช่วยเรื่องความคงตัวและให้เสถียรภาพกับพื้นไม้ และป้องกันความชื้น

เหตุผลดีๆที่จะมีบ้านน็อคดาวน์เป็นของตัวเองสักหลัง

หากใครที่เริ่มหันมาใส่ใจรูปแบบของบ้านใหม่ๆ แน่นอนว่าคุณจะต้องสะดุดตาประทับใจกับรูปแบบของบ้านน็อคดาวน์กันอย่างไม่น้อย ยิ่งในต่างประเทศที่มีการนำบ้านน็อคดาวน์มาตกแต่งให้เป็นรูปแบบต่างๆ ทำให้บ้านประเภทนี้น่าอยู่ยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังอยากรู้ว่าบ้านน็อคดาวน์มีดีอย่างไร วันนี้เราจะพาคุณมาดู 7 เหตุผลดีๆ เหล่านี้ ไม่แน่…มันอาจจะทำให้คุณอยากจะมีบ้านน็อคดาวน์เป็นของตัวเองสักหลังก็เป็นได้

1.สร้างได้เร็ว สามารถเข้าอยู่ได้เลยภายในเวลาไม่นาน

บ้านน็อคดาวน์ เป็นบ้านที่มีข้อดีแตกต่างไปจากบ้านทั่วไปคือ ไม่ต้องเสียเวลาในการปลูกสร้างนาน เพียงมีพื้นที่ในการติดตั้ง โดยปรึกษากับทางบริษัทที่รับสร้างบ้านประเภทนี้ ยิ่งหากเป็นบริษัทที่มีทีมงานที่เชี่ยวชาญด้วยแล้ว คุณก็จะได้ทั้งแบบบ้านน่ารักๆ และได้รับคำปรึกษาในการมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนมากแล้ว การประกอบโครงสร้างของบ้านน็อคดาวน์นั้นจะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์จนถึง 1 เดือน แน่นอนค่ะว่าเพียงคุณเลือกแบบเสร็จ ทางบริษัทก็จะดำเนินการก่อร่างสร้างบ้านน็อคดาวน์ให้คุณพร้อมเข้าอยู่ภายในเวลาไม่นานได้เลยทันที

2.ทันสมัย เรียบง่าย เหมาะกับคนที่ชอบใช้ชีวิตเรียบๆ ไม่ยุ่งยาก

บ้านน็อคดาวน์ สะท้อนถึงวิถีการใช้ชีวิตที่แสนเรียบง่าย ทว่ายังคงไว้ซึ่งสไตล์ความเป็นโมเดิร์น ใครที่ยังชื่นชอบความทันสมัย การมีบ้านน็อคดาวน์สักหลังแบบเรียบง่าย ไม่ยุ่งยากแบบนี้ ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีแน่นอนค่ะ

3.แบบบ้านน็อคดาวน์น่ารัก แปลก แตกต่างจากบ้านทั่วไป

ปัจจุบันบ้านน็อคดาวน์มีแบบให้เลือกด้วยกันหลากหลาย แต่ละแบบล้วนน่ารัก หรือไม่ก็แปลก แตกต่าง มีสไตล์เป็นของตัวเองอย่างไม่เหมือนใคร

4.ตกแต่งได้อย่างสวยงาม น่ารัก ดั่งใจต้องการ

บ้านทุกหลังเราสามารถตกแต่งได้ตามต้องการ บ้านน็อคดาวน์ก็เช่นเดียวกัน ยิ่งบ้านหลังเล็กๆ แบบนี้ด้วยแล้ว หากติดตั้งท่ามกลางสวนสวยมันจะสวยราวกับบ้านในฝันเลยทีเดียว

5.ราคาไม่แพง เหมาะสำหรับคนมีงบประมาณจำกัด

บ้านน็อคดาวน์มีให้เลือกด้วยกันหลายราคา ขึ้นอยู่กับพื้นที่ในการปลูกสร้างหรือตัวบ้านว่าต้องการความเล็ก – ใหญ่อย่างไร ราคาจึงแตกต่างกันออกไปซึ่งบ้านน็อคดาวน์นั้นราคาค่อนข้างถูกกว่าการปลูกสร้างบ้านทั่วไปอย่างแน่นอน

6.พื้นที่น้อยก็มีบ้านน็อคดาวน์ได้

นอกจากงบประมาณในการมีบ้านน้อยแล้ว หากคุณมีพื้นที่ในการปลูกบ้านน้อย การเลือกบ้านน็อคดาวน์นี่แหละที่จะทำให้ฝันของคุณเป็นจริงได้ เพราะบ้านประเภทนี้เราสามารถออกแบบรองรับกับขนาดของพื้นที่ที่มีอย่างจำกัดได้ด้วยนั่นเอง

7.เคลื่อนย้ายได้

เหตุผลดีประการสุดท้ายก็คือ บ้านน็อคดาวน์สามารถเคลื่อนย้ายได้ค่ะ ดังนั้น หากใครที่ต้องการมีบ้านน็อคดาวน์ไว้สำหรับเป็นบ้านพักตากอากาศหลังเล็กๆ อาจเป็นบ้านท่ามกลางสวนสวยที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันน่ารื่นรมย์ต่างๆ และหากต้องการเคลื่อนย้ายก็สามารถสั่งย้ายได้ด้วยเช่นกัน ยิ่งหากตัวบ้านหลังเล็กด้วยแล้ว การเคลื่อนย้ายจะยิ่งสะดวกรวดเร็วมากขึ้นเลยล่ะ

อยากได้บ้านรวดเร็วในเวลาจำกัด เลือกบ้านน็อคดาวน์เป็นคำตอบสุดท้ายกันสิคะ เพราะ 7 เหตุผลดีๆ เหล่านี้ล้วนทำให้หลายคนอยากจะมีบ้านประเภทนี้เป็นของตัวเองกันไม่น้อยอย่างแน่นอนชัวร์

พฤติกรรม 3 อย่างของ “Generation Z”

พวก “เจเนเรชั่น แซท”(Generation Z หรือ Gen Z) คือกลุ่มคนที่เกิดในกลางยุค 90s หลังพวกมิลเลนเนี่ยม ฉะนั้นคนที่แก่ที่สุดในกลุ่มนี้คือคนที่มีอายุ 20 ปี

และถ้าดูเฉพาะในอเมริกา จะมีเด็ก Gen Z อยู่มากกว่า 25% ของประชากรทั้งหมดเลยทีเดียว

ชาว Gen Z เกิดมาในยุคดิจิตอล เทคโนโลยีเลยมีอิทธิพลต่อ Gen Z มากกว่าคนรุ่นก่อนๆเสียอีก Gen Z คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและใช้มันชำนาญ สมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในวัยเด็ก จนสามารถใช้สมาร์ทดีไวซ์ได้ 5 หน้าจอได้พร้อมกันด้วยซ้ำ ในขณะที่พวกมิลเลนเนี่ยมใช้สมาร์ทดีไวซ์อย่างมากแค่ 2 หน้าจอเท่านั้นแหละ

และนี่คือ พฤติกรรม 3 อย่างของ “Generation Z” ที่ต้องจำใส่ใจเพื่อทำการตลาดโดนใจ Gen Z

1. เร็วกว่า สั้นกว่า เห็นง่าย

เป็นเรื่องท้าทายมากหากเราจะดึงความสนใจจากพวก Gen Z เพราะความสนใจของ Gen Z นั้นมากที่สุดก็ 8 วินาทีเท่านั้นแหละ และ 11% ของพวก Gen Z ก็เป็นพวกไฮเปอร์สมาธิสั้นเสียด้วยสิ สูงกว่าปี 2003 ที่มีแค่ 7.3% เอง

พวก Gen Z จะสื่อสารกันเร็วมากไม่เหมือนพวกมิลเลนเนี่ยม Gen Z จะชอบสื่อสารกันด้วยภาพและอิโมจิแสดงอารมณ์ คุยกันแปปเดียว เผลอๆไม่คุยกันด้วยซ้ำ ใช้สื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทางเชื่อมต่อผู้คน ทำให้พวก Gen Z กลัวที่จะโดนเพื่อนๆทิ้งหรือลืมด้วย

ฉะนั้นเนื้อหาที่เห็นได้ง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ ก็เป็นวิธีที่ดึงความสนใจ Gen Z ได้ดีนักล่ะ

2. สร้างคอนเทนต์ขึ้นมาเองได้เลย

ในขณะที่พวกมิลเลนเนี่ยมชอบ “แชร์” คอนเทนต์ Gen Z ชอบ “ทำ” มันขึ้นมาดีกว่า

พวก Gen Z จะหาความเป็นตัวของตัวเองในโลกออนไลน์ พยายามที่จะนิยามตัวเองผ่านการทำคอนเทนต์ในหลายๆรูปแบบ แล้วค่อยแชร์เรื่องราวให้กันและกัน กลายเป็นชุมชนขึ้นมา รวมถึงคลิปวีดีโอที่พัฒนาจากเวอร์ชั่นธรรมดา กลายเป็นคลิปถ่ายทอดสดไปหาทุกคนได้

ทำให้เรานึกถึง Facebook Live ของ Facebook, Periscope ของTwitter และ YouTube live ที่แข่งขันกันให้บริการแพลตฟอร์มสดอย่าง musical.ly ก็ให้บริการผู้ใช้ได้ทำและแชร์มิวสิควีดีโอ ก็เป็นบริการที่ตอบโจทย์คน Gen Z ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์เองเช่นกัน

3. เห็นแบบนี้พวก Gen Z มีความเป็นส่วนตัวสูงนะ

ถึงแม้ว่าความเป็นส่วนตัวแทบละสูญพันธุ์ไปแล้วในยุคดิจิตอล แต่พวก Gen Z กลับหวงความเป็นส่วนตัวสุดๆ พวก Gen Z ที่เติบโตในยุคติจิตอล เข้าใจดีว่าข้อมูลข่าวสารที่อยู่บนโลกออนไลน์สามารถมีผลเสียต่อแบรนด์ประจำตัวพวกเขาได้ด้วย

ลองคิดถึงความเสี่ยงที่ข้อมูลของผู้แข่งขันในการประกวดหรือการเมืองจะถูกแฉออกมาสิ ตั้งแต่ทุกอย่างตั้งแต่สมัยเด็กๆจนถึงตอนนี้ที่อยู่ในสื่อสังคมออนไลน์ ตามผลสำรวจของบริษัทวิจัยอย่างChange Sciences ก็บอกว่า 81% ของ พวก Gen Z ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและกำหนดว่าใครสามรถเห็นโพสของตนด้วย

ไม่แปลกใจที่ “วิสเปอร์” (Whisper) และ “สแนบแชท” (Snapchat) จึงโดนใจ Gen Z อย่างคาดไม่ถึง เพราะบริการของสองรายนี้ตอบโจทย์ Gen Z ทั้งความชอบถ่ายและแชร์รูปและความเป็นส่วนตัว กว่าครึ่งหนึ่งของคนอายุ 16-24 ปีในอเมริกาใช้สแนบแชทแชร์ภาพได้ภายในพริบตา พอแชร์แล้วก็จะไม่ทิ้งร่องรอยให้สืบย้อนหลังได้อีกด้วย

พวกบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ก็เข้าใจความสำคัญของความเป็นส่วนตัวเช่นกัน ดังนั้นการทีฟังก์ชั่นแกะรอยรหัสผ่านหรือมีสัญลักษณ์สำหรับแอปพลิเคชั่นที่ส่งข้อความระหว่างกันจึงทำให้ผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวอย่างแรกเลย

ฉะนั้นไม่มีสูตรการตลาดที่ตายตัวหรอก การเข้าใจคนในแต่ละประเภททำให้เราปรับเปลี่ยนสินค้าบริการได้ดีขึ้นให้ตรงตามความชอบความพอใจของผู้ใช้แต่ละคนแต่ละประเภท จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต คน Gen Z ซึ่งก็ต่างจากคนรุ่นอื่นๆ แม้เติบโตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คล้ายกัน กิจการจึงต้องวางกลยุทธ์ของสินค้าที่เราขายไปตามแต่ละประเภทของคน ใช้สูตรที่ตอบสนองความต้องการของพวกเขาที่แตกต่างกัน

ถ้าเราไม่รู้จักปรับตัว ก็ต้องถูกบังคับให้ปรับตัว

แหล่งที่มา :https://www.techinasia.com/talk/3-insights-generation-z