ติวสถาปัตย์พร้อมโอกาสในการฝึกงาน

หลายๆคนที่มองเข้ามา อาจจะเข้าใจว่าพื้นฐานเลยคนจบสถาปัตย์มา จะ..เป็นช่างเขียนแบบ นักออกแบบที่เขียนแปลน รูปด้านบ้าน ออกแบบอาคาร คนที่เดินตรวจงานที่ไซท์ก่อสร้างแต่นอกจากความสามารถนั้นแล้ว มีอะไรติดไม้ติดมือ ติดมากับตัวอีก?

กลไกและระบบการเรียนการสอน ในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีวัฒนธรรมและรูปแบบที่แตกต่างเฉพาะตัว (ที่แต่ละคณะก็มีแบบของแต่ละคณะนั่นแหละ)

ซึ่งโดยกระบวนทั้งหมด มันช่วยขัดเกลาคุณลักษณะ 7 อย่าง ผ่านกระบวนการออกแบบ และแก้ปัญหา ที่ผ่านมาจาก ติวสถาปัตย์พร้อมโอกาสในการฝึกงานที่แต่ละคนได้รับแตกต่างกัน

แต่เมื่อได้มาแล้ว บางคนก็รู้ตัว บางคนก็ไม่รู้ตัว ถ้าจะให้ได้ประโยชน์ และพัฒนาได้อย่างแท้จริง เราก็ต้องออกไป Master และ พัฒนามันต่อระหว่างทำงาน ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม อีกด้วย

มาดูกันเลย ว่า 7 ข้อนั้นคืออะไรค่ะ

1. สอนให้เป็นนักวางแผน จัดการเวลา Time Manager / planner การจัดการเวลาเป็น skill ที่ได้มาจากการเรียนคณะนี้โดยไม่รู้ตัว แม้ว่าในคณะจะไม่สอน แต่ว่าระบบที่บังคับให้เรา “ต้องรอด” ทำให้ต้องหาทางจัดการเวลา และเตรียมคาดการณ์ล่วงหน้า วางแผนนอกจากแปลนอาคาร คือ แผนในการจัดการกับงานกลุ่ม งานเดี่ยว งานทีสิส หรือ แม้แต่ งานออกค่าย งานละคอนถาปัด และ อื่นๆ จริงๆในคณะ ถือเป็นการเทรนแบบเบบี้ที่เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนออกมาเจอชีวิตจริง ชีวิตจริง.. เราไม่ได้จัดการโครงการแค่เรา หรือ แค่เพื่อนไม่กี่คน แต่ต้องเริ่มขยายออกมาจัดการเวลา และคน ในขนาดที่เปลี่ยนไปอีกด้วย พอออกมาเจอชีวิตจริง คือ มันเป็นแบบทดสอบเดียวกัน แต่ความยากเพิ่มขึ้นไป จะเรียนให้รอด ส่งแบบให้อาจารย์ให้ทัน ก็ไม่ต่างกับชีวิตจริงที่ต้องส่งงานลูกค้าตรงเวลา แต่ที่โหดร้ายกว่าในชีวิตจริงคือ ลูกค้าอาจจะมาขอล่วงหน้า โดยไม่ทันตั้งตัว (Classics…)

2.สอนให้เป็นคนมองโลกในแง่ดี นักเรียนรู้โอกาส และ นักพัฒนา การที่จะออกแบบได้ ต้องเป็นคนที่มีความมองโลกในแง่ดีไม่มากก็น้อย เพราะคนที่มองโลกในแง่ดี สามารถมองหา “โอกาส” ที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ หรือ สถานการณ์นั้นๆได้ ถ้าไม่สามารถเห็นโอกาส ก็ไม่สามารถพัฒนาสถานที่นั้นๆ ให้ดีขึ้นได้ แต่ทางออกเดียวที่แก้ปัญหาได้ อาจจะกลายเป็นการ “ทำลาย” ทิ้ง แทนที่จะเป็นผู้สร้าง ก็จะกลายเป็นผู้ทำลายไปแทน สถาปนิกมีหน้าพิเศษ คือสร้างโอกาส สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้ทางเลือกที่คนอื่นมองไม่เห็น การเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี และเห็นโอกาสในการพัฒนา ที่หลายๆคนอาจจะไม่ทันเห็น คือ ความสามารถที่โดนปลุกให้ตื่นขึ้นมาตอนเรียนสถาปัตย์ แต่ก็ไม่ได้แปลว่า เก่ง เพราะ สถาปนิก ก็ยังต้องบริหารความคิด เรียนรู้โอกาสใหม่ๆ ทุกครั้งที่ได้โจทย์ใหม่ ความสามารถนี้จึงเป็นความสามารถ ที่ยังพัฒนาต่อไปไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ

3. สอนให้เป็นนักแก้ปัญหา Problem-Solver ขั้นตอนที่ต้องทำในทุกโครงการ คือ การมองหา และเข้าใจปัญหา ของพื้นที่โครงการ ไปจนถึง ปัจจัยที่อาจจะเกี่ยวข้องกับการใช้งานของพื้นที่ หรือการออกแบบ แปลว่า สถาปนิกไม่ได้แค่มองโอกาส หรือโลกสวย แต่ต้องเข้าในปัญหาอย่างถ่องแท้อีกด้วย เพราะปัญหานั่นแหละ คือ โจทย์ และเงื่อนไข ที่มีไว้ ให้สถาปนิกจัดการมัน ด้วยการออกแบบ การออกแบบ คือ การแก้ปัญหา ดีดีนี่เอง ความสามารถนี้แหละ ที่ทำให้ สถาปนิก ต้องค่อยๆสร้างระบบ และตรรกะในหัว เพื่อค่อยๆคลายปม ทำให้ปัญหาที่น่าเกลียด กลายเป็นโอกาสที่สวยงามได้ และแม้จะไม่ได้ทำงานออกแบบ สถาปัตยกรรม ลักษณะความคิดนี้ บางทีมันก็ติดไปกับตัว และเอาไปปรับใช้กับสิ่งอื่นๆในชีวิตได้ด้วยค่ะ

4. สอนให้มีความคิดสร้างสรรค์ สอนให้เป็นนักคิด Creative Thinker ความคิดสร้างสรรค์ คือ แนวทางเลือกใหม่ที่เกิดขึ้น ในการจัดการปัญหา การพัฒนา ที่แตกต่างจากวิธีเดิมๆ ไม่ใช่แค่ เห็นโอกาส และปัญหา แต่สามารถผลิตทางเลือก ที่พัฒนาให้ทางออกใหม่เกิดขึ้น ที่ดีกว่าทางออกเดิมๆอีกด้วย เพราะว่ากระบวนการออกแบบ ทำให้เราใช้ความคิด และหาทางเลือกใหม่ๆ ความคิดสร้างสรรค์จึงเกิดขึ้น หลายๆคนจึงอาจจะเห็นว่า มีคนที่จบสถาปัตย์หลายคน ที่ไม่ได้ออกไปทำงานสถาปัตยกรรมต่อ แต่ไปทำงานพวก Creative หรืองานในวงการบันเทิง งานดนตรี แม้จะไม่ได้เรียนสายนั้นๆโดยตรง แต่ก็ประสบความสำเร็จได้อย่างดี หลายๆครั้งเป็นสิ่งที่อาจจะติดตัวเค้ามาแต่ไหนแต่ไร แต่ ความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถเอาไปปรับใช้กับสิ่งอื่นๆมากมายในชีวิตได้ ก็มีส่วนในการเติบโตอย่างมากใน โรงเรียนสถาปัตย์ค่ะ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นสกิลที่ติดตัวไปที่ไหน ก็มีประโยชน์!!

5. นักปฏิบัติ Executioner

“การทำให้เสร็จ” คือ Execution

“นักปฏิบัติ” คือ Executioner

มันเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ ในการจะทำอะไรสักอย่างให้เสร็จ แต่เพราะว่า การทำอะไรสักอย่างให้เสร็จ ต้องใช้ทั้งการบริหารเวลา การบริหารความคิด และความมุ่งมั่น ที่จะทำมันให้เสร็จ ทำให้มันเกิดขึ้นจริง ไม่มีการล้มเลิกกลางทาง ไม่มีการโยนผ้าขนหนูระหว่างชก เพราะมันเป็นมวย ที่เราหยุดกลางสังเวียนไม่ได้ ต้องไปจนสุดทางเท่านั้น ไม่ว่าจะผลออกมาเน่า หรืออัดจนออกมาสวยงาม แต่ทุกคนก็ได้ ฝึก “ความคิด และ ทัศนคติ” ที่เตรียมความพร้อมให้เราออกไปสู่วิชาชีพจริงๆ

6. สอนให้เก็บแรงบันดาลใจจากสิ่งรอบกาย Inspiration collector1 แต่จริงๆแล้ว มันคือการสังเกตการณ์ และให้ความใส่ใจ ในสิ่งรอบตัว และมองมันในอีกมุมมอง ที่พอมองแล้ว ทำให้เอากลับมาย้อนคิด เปรียบเทียบ เปรียบเปรย หรือเอามาอ้างอิงในงานออกแบบ

7. นักเล่า Storyteller จะเรียนจบมาได้ ไม่มีใครพลาดโอกาสในการ Presentงานออกแบบของตัวเองอย่างแน่นอน แม้จะไม่สอนตรงๆ แต่ทำให้จบออกมาพอร้มความสามารถในการเล่าเรื่อง พรีเซนต์ความคิด และผลงานของเรา แน่นอนค่ะ แต่ละคนมีความสามารถ ความถนัดในการพูดไม่เท่ากัน บางคนอาจจะมีสกิลการ “ขาย” มาก่อนเข้าเรียนด้วยซ้ำ อันนั้นถือว่าเค้ามีทุนมาก่อนเลย โชคดีไป

ไม่ว่าจะจบมาด้วยความเทพในการเล่างานออกแบบ หรือ ขายไอเดียเก่งมาก หรือ น้อยขนาดไหน อาจจะไม่เท่ากัน แต่สุดท้ายก็ได้ภูมิต้านทาน ที่วางเอาไว้เป็นขั้นพื้นฐานระดับหนึ่งค่ะ ทำให้ส่วนมาก สถาปนิกจะไม่ได้เหนียมอาย ในการเดินออกไปพูดเท่าไหร่นัก (เอ๊ะ..เหรอ)

ที่เราโดนเทรนกันมากันอย่างเป็นธรรมชาติ แบบถ้าไม่มองกลับไป ก็อาจจะไม่ทันคิดว่า มันมีผลต่อการทำงานสถาปัตย์ ในอนาคต หรือแม้แต่จะเปลี่ยนไปสายอื่นก็ตาม สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์ และติดตัวไปตลอดค่ะ

จองที่พัก คีรีวงยังไง ให้ได้ราคาถูก

หลายคนคงเคยเจอปัญหาห้องพักเต็มในช่วงเทศกาล หรือได้ห้องพักที่แพงเกินงบ ทำให้การท่องเที่ยวของคุณ เงินหมดไปกับค่าที่พัก ฟังทางนี้ มีข้อมูลเคล็ดลับดีๆ ในการ จองที่พักยังไง ให้ได้ราคาถูก ? เพื่อเซฟเงินในกระเป๋า เก็บไว้เป็นค่าอาหารและค่าท่องเที่ยว นั่นคือดีที่สุด
เคล็ดลับ! จองที่พัก คีรีวงยังไง ให้ได้ราคาถูก ?

1. วางแผนท่องเที่ยว

เริ่มจากลิสต์แพลนเที่ยวในใจออกมาเลย จะทำเป็นตารางหรือจดเป็นข้อๆ ก็ได้ แล้วแต่ถนัด สิ่งที่ต้องลิสต์ในรายการ มีดังนี้

– จุดหมายปลายทาง – กำหนดสถานที่ที่คุณจะไปให้ชัดเจน รวมถึงที่แวะเที่ยวระหว่างทาง / ระยะทางใกล้-ไกลแค่ไหน (ใช้ Google Maps เช็คได้)

– ระยะเวลาท่องเที่ยว – เป็นวันหยุดหรือวันธรรมดา / ตรงกับช่วงเทศกาล-ไฮซีซั่นหรือเปล่า

– จำนวนสมาชิกในทริป – ไม่ว่าจะไปคนเดียว, ไปเป็นคู่ หรือไปหลายคนเป็นก๊วน ขอให้รู้จำนวนคนที่แน่นอน จะได้ไม่มีปัญหาตอนจองห้องพักภายหลัง

– งบประมาณ – ข้อนี้สำคัญมาก เพราะถ้าวางแผนเรื่องเงินให้ดีตั้งแต่ต้น คุณก็จะได้เที่ยวแบบคุ้มค่าที่สุด

2. เลือกเว็บไซด์จองโรงแรมที่น่าเชื่อถือ

คุณอาจจะเจอเว็บไซต์จองโรงแรมอยู่มากมายก็จริง แต่สำคัญคือควรเลือกเว็บที่มีความน่าเชื่อถือ, มีโปรโมชั่นหลากหลาย, ให้ข้อมูลที่พักอย่างละเอียด รวมถึงข้อมูลท่องเที่ยวที่มีประโยชน์ ยิ่งถ้าเป็น one stop service หรือบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจรที่มีบริการจองตั๋วเครื่องบิน และ แพ็คเกจท่องเที่ยวต่างประเทศ รวมอยู่ด้วย ก็จะดีมาก

3. เลือกโปรโมชั่นให้คุ้มที่สุด

เว็บไซต์ต่างๆ ย่อมแข่งกันเสนอโปรโมชั่นห้องพักลดราคา ซึ่งถูกกว่าจองกับโรงแรมโดยตรงแน่นอน (บางครั้งถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง) เราจึงมีเทคนิคเลือกโปรโมชั่นให้คุ้มที่สุดมาแนะนำ ดังนี้

– หากคุณยังไม่พร้อมจ่ายค่าที่พักเต็มจำนวน เลือกโปรโมชั่นจ่ายขั้นต่ำ
– หากคุณเน้นที่ราคาถูกเป็นหลัก เลือกโปรโมชั่นลดสูงสุด (บางทีอาจได้ลดถึง 70%!)
– หากคุณต้องค้างหลายคืน เลือกโปรโมชั่นห้องพักฟรี ยิ่งพักนานยิ่งได้ลด หรือได้พักฟรี 1 คืน
– หากคุณรู้แพลนล่วงหน้าแน่นอน เลือกโปรโมชั่น Early Bird ยิ่งจองเร็วยิ่งจ่ายถูก

4. พักใกล้ๆ ไม่เปลืองค่ารถ

เลือกที่พัก คีรีวงใกล้ที่เที่ยวเข้าไว้! โดยเฉพาะที่พักในตัวเมือง ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเยอะ แถมยังประหยัดทั้งเงิน ประหยัดทั้งเวลาอีกด้วย เช่นเที่ยวเมืองเชียงใหม่ ควรพักแถวนิมมาน เพราะราคาถูก ปลอดภัย เดินทางสะดวก

5. เลือกช่วงเวลาให้ดี

ถ้าเป็นไปได้ควรเลี่ยงการจองห้องพัก ที่พัก คีรีวงช่วงเทศกาลหรือไฮซีซั่น เพราะห้องพักมีราคาแพง แถมคนแย่งเที่ยวแย่งกินก็เยอะ การบริการก็อาจจะไม่ทั่วถึง ดังนั้นลองเปลี่ยนไปเที่ยววันธรรมดา หรือวันเสาร์-อาทิตย์ ที่คนน้อยๆ ดูสิ

6. เลือกห้องพักให้เหมาะสม
ไม่จำเป็นต้องเลือกที่พัก คีรีวงหรูๆ อย่าง Deluxe หรือ Suite เพราะถ้าคุณมีแพลนเที่ยวแค่ไม่กี่วัน และไปกับคนในครอบครัวหรือเพื่อนๆ ห้องพักมาตรฐานอย่าง Standard หรือ Superior ก็เพียงพอแล้ว นอกจากนี้ รีวิวโรงแรมสามารถช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

7. เหมาห้องใหญ่จ่ายถูกกว่า

ถ้าไปเที่ยวกันหลายคน ควรเลือกห้องขนาดใหญ่ไปเลย เช่น Dormitory Room, Family Room หรือ Villa นอกจากจะได้ห้องส่วนตัวไว้ปาร์ตี้ในกลุ่มแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าห้องได้เยอะมาก

8. เช็คบริการเสริม-ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

ก่อนจองห้องพัก ลองสอบถามโรงแรมโดยตรงอีกครั้ง ในรายละเอียดที่คุณยังไม่เข้าใจ รวมถึงค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมอื่นๆ และแนะนำให้เลือกโรงแรมที่มีอินเตอร์เน็ต Wi-Fi ฟรี และมีอาหารเช้าให้ด้วย ถึงแม้ราคาจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ถือว่าคุ้มค่ากับความสะดวกสบายที่คุณจะได้รับ

เหตุผลที่การลดขนาดธุรกิจของคุณอาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์

และนี่คือเหตุผลที่การลดขนาดธุรกิจของคุณอาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์

1. บริษัทต้องเสียความรู้ที่มีคุณค่าซึ่งมีอยู่ในตัวพนักงานที่ถูกไล่ออกไป

2. พนักงานที่เหลืออยู่ต้องรับผิดชอบกับเนื้องานที่มากขึ้นจนไม่มีเวลาเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ

3. เสียความไว้เนื้อเชื่อใจในตัวพนักงานเก่าในการบริหารจัดการ การสร้างความรักความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กร

ผลเสียที่ตามมาก็คือนวัตกรรมที่ออกมาให้ลูกค้าเห็นน้อยลง ซึ่งผลเสียตัวนี้จะไม่แสดงให้เห็นในงบการเงินหรอกทันที แต่ในระยะยาวจะสร้างความเสียหายอย่างแน่นอน

ซึ่งหลังจากที่ทีมวิจัยคำนึงถึงปัจจัยทั้งหมดแล้ว พบว่าบริษัทที่ลดขนาดบริษัทมีแนวโน้มที่จะประกาศล้มละลายมากกว่าบริษัทที่ไม่ทำ ถึงแม้การทำแบบนั้นอาจจะให้ผลดีในระยะแรกๆเช่นลดต้นทุน แต่ในระยะยาวแล้วจะเสียหายมากกว่าที่คิด

ต่อให้บริษัทนั้นมีเงินทุนเยอะและมีทรัพยากรเยอะ แต่นั้นก็ไม่ช่วยทดแทนกำลังคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเลยแม้แต่น้อย

การสร้างโมเดลบ้านจำลอง

ในการทำโมเดลบ้าน,คอนโด เราใช้วัสดุที่หาได้ง่ายๆ ทั่วๆไปในที่นี้เราใช้แผ่นอะคริลิค ซึ่งมีราคาไม่แพง ซึ่ง 1 ตารางเมตร ราคาไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น สามารถนำมาทำโมเดลตึก บ้าน คอนโด ได้หลายชั้นเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากๆ มีความหนาให้เลือกตั้งแต่ 1 มม. ขึ้นไป และมีหลากหลายสีให้เลือกมากมาย และในการตัดอะคริลิค จำเป็นต้องใช้เครื่องยิงเลเซอร์ในการตัดแผ่นอะคริลิคเพื่อทำเป็นโครงสร้างของตัว ตึก ตัวอาคาร ให้เป็นรูปต่างๆ ซึ่งง่ายกว่าการใช้ เลื่อยตัดเหมือนในแต่ก่อน และรวดเร็วกว่า ความละเอียดแม่นยำย่อมสูงกว่าแน่นอน โอกาสทำให้งานเสียหายจึงน้อยมากๆ หรือแทบไม่มีเลย หากผู้ออกแบบตัวโมเดล ออกแบบมาได้อย่างถูกต้องเหมาะสมแล้ว

เครื่องยิงเลเซอร์ LRT-3050M จากค่าย Robotech เป็นเครื่องยิงเลเซอร์ ขนาดกลางๆที่สามารถตอบสนองการใช้งานได้หลากหลายประยุกต์ใช้งานได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การแกะสลักงานไม้ งานทำแผ่นเนมเพลท ป้ายเครื่องจักร แกะลวดลายทำโล่ อะคริลิค หรือตัดอะคริลิค ทำป้าย และอื่นๆอีกมากมาย จากเครื่องเลเซอร์เพียงเครื่องเดียว เครื่องเลเซอร์ ที่สามารถตอบสนองในการตัดโมเดล ก็จะมีหลากหลายรุ่น หลายขนาด ความใหญ่ของพื้นที่ แต่ที่สามารถนำมาตัดโมเดลได้อย่างไม่มีปัญหา กับขนาดเริ่มต้น 30×50 เซ็นติเมตร ก็สามารถนำมาตัดทำโมเดลได้อย่างไม่ลำบาก

การสร้างโมเดลบ้านจำลองนั้นไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าหากมีความรู้และเชี่ยวชาญด้านโปรแกรมออกแบบ ก็จะสามารถสร้างชิ้นงานส่วนประกอบของตัวตึกโมเดล ออกมาได้อย่างง่ายดาย ถูกต้อง แม่นยำ ไม่ผิดเพี้ยน ตามมาตราส่วนจริง โมเดลที่ถูกตัดชิ้นส่วนมาประกอบแล้วก็จะสามารถประกอบเข้าล๊อคได้อย่างง่ายดาย รอยต่อสวยงาม เพราะใช้ค่าสัดส่วนจากแบบแปลนของจริง ซึ่งตัวอย่างของเรา ใช้มาตราส่วน 1:100

การเลือกรับทำแฟลชไดร์ฟ

การเลือกรับทำแฟลชไดร์ฟ

หลายๆ ค่ายอาจเรียกต่างกัน แต่ใช้เทคโนโลยีเหมือนกัน คือ Flash Memory ใช้สำหรับการโอนย้ายข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ โดยจะผ่านทางพอร์ต USB ในการเชื่อมต่อ สำหรับความทนทานแล้ว ถือว่า Flash Memory จะมีความทนทานการ harddisk เนื่องจากไม่มีหัวอ่าน
การเลือกรับทำแฟลชไดร์ฟ

พอร์ตการเชื่อมต่อ
ปกติเป็นพอร์ต USB 1.1 และ USB 2.0 ให้เลือก USB 2.0 เพราะจะมีความเร็วต่างกันมาก แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเครื่องคอมฯ ของคุณมีพอร์ต USB เวอร์ชั่น 1.1 ก็สามารถใช้งานร่วมกันได้เช่นกัน
ความจุ
เดิมความจุเริ่มต้นด้วย?8, 16, 32, 64, 128 และ 256 MB??แต่ปัจจุบัน เริ่มต้นกันที่ 1,024 MB หรือ 1, 2, 4, 8, 16?GB แล้วครับ?
ความสามารถอื่นๆ
ถ้าต้องการมากกว่าบันทึกข้อมูลแล้ว การพิจารณา Flash Drive ในอยู่ในรูปของ 4 in 1 ซึ่งมีความสามารถพิเศษอื่นๆ เพิ่มคือ ฟังวิทยุ เล่นไฟล์ MP3, บันทึกเสียง และท้ายสุดบันทึกข้อมูลได้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ราคาเมื่อเทียบกับความจุแล้ว จะต่างกันมาก
ขนาด
ไม่มีผลกับความจุ แต่อย่างไรก็ตาม ขนาดโดยทั่วไปจะทำกับปากกา บางยี่ห้อมีการทำ Mini Flash Drive ซึ่งมีขนาดเล็กลงไปอีก ซึ่งสามารถใช้ห้อยคอได้ด้วย
ความเข้ากัน
Flash Drive จะใช้งานได้ดีกับ Windows ME, 2000 และ XP โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Driver แต่สำหรับ Windows 98 จำเป็นต้องมีการลง Driver ก่อนการใช้งาน
ไฟแสดงสถานะ?
บางรุ่นจะมีไฟ LED เล็กๆ แสดงอยู่ ทำให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่า Flash Drive ถูกใช้งานอยู่

ทิปการใช้งาน Flash Driver หลังจากเลือกซื้อได้แล้ว อย่าลืมศึกษาเรื่องการใช้งานสักนิด เพราะว่าการเสียบ Flash Drive เข้ากับคอมฯ ในช่อง USB นั้น สามารถเสียบได้ทันที แต่กรณีที่ต้องการถอดออก โดยไม่ต้องการปิดเครื่องคอมฯ นั้น ให้ทำการ Stop การใช้งานก่อน เพราะมิฉะนั้น อาจทำให้ Flash Drive เสียหายได้..

วิธีสำรวจตัวเองว่า มีอาการที่เกิดขึ้นจากพิษของสารปรอทในครีมหน้าขาวหรือไม่

วิธีสำรวจตัวเองว่า มีอาการที่เกิดขึ้นจากพิษของสารปรอทในครีมหน้าขาวหรือไม่
ถ้าหากคุณกำลังสงสัยอยู่ว่าตัวเองได้รับสารพิษปรอท จาก ครีมหน้าขาว ที่ใช้อยู่เป็นประจำหรือไม่ คุณสามารถใช้การสำรวจตัวเองเบื้องต้นขั้นพื้นฐาน เพื่อดูว่ามีความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นกับตัวเองหรือไม่อย่างง่ายๆ ดังนี้
1.อารมณ์เปลี่ยนแปลงบ่อย หงุดหงิดง่ายมากขึ้น
2.นอนไม่หลับ มีความอยากลำบากในการพยายามฝืนให้ตัวเองนอนหลับ
3.ปวดหัวบ่อยๆ
4.รู้สึกชาในมือ เท้า และบริเวณรอบๆปาก
5.มีอาการเส้นกระตุก
6.มือสั่น
7.กล้ามเนื้ออ่อนแอ
8.สูญเสียมวลรวมกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อลีบเล็กลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
9.มีอาการเสียหายที่ไต
10.ความสัมพันธ์ของระบบประสาทลดน้อยลง

สร้างกับดักปลวกในการกำจัดปลวก

สร้างกับดักปลวกในการกำจัดปลวก
กับดักล่อปลวกที่สามารถสร้างได้เองหลากหลายวิธี ในที่นี้เราขอแนะนำการผสมสมุนไพรที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและสามารถใช้ได้บ่อยครั้ง ทั้งยังผสมได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่เตรียม ข่า ตะไคร้ กระเทียมไว้อย่างละครึ่งกิโลกรัม น้ำส้มสายชูครึ่งขวด เหล้าขาวครึ่งขวด และน้ำเปล่า 10 ลิตร โดยนำข่า ตะไคร้ และกระเทียม สับหยาบและผสมกัน จากนั้นใส่น้ำส้มสายชู เหล้าขาว และน้ำเปล่าผสม พร้อมนำไปใส่ในภาชนะหมักไว้ประมาณ 1 สัปดาห์

สำหรับวิธีการใช้งานให้นำน้ำยาที่หมักไว้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำเปล่า 1 ลิตรเทในบริเวณที่มีปลวกหรือรังปลวก โดยน้ำยาจะออกฤทธิ์ทำให้ปลวกหนีหายไป นอกจากนั้น เรายังสามารถนำน้ำยาเทไว้รอบบริเวณบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ปลวกรบกวน ซึ่งสามารถทำเป็นประจำประมาณสัปดาห์ละครั้งหรือเดือนละครั้ง เพื่อป้องกันปลวกขึ้นบ้าน

• จัดการแบบมืออาชีพ
ถ้าไม่ถนัดงานประดิษฐ์สร้างกับดักปลวกด้วยตัวเอง เราสามารถซื้อยาฉีดปลวกตามท้องตลาดจัดการได้ในกรณีที่ปลวกทำรังบริเวณแคบๆ แต่อย่าลืมเปิดหน้าต่างให้โล่งและมีอากาศถ่ายเทก่อนใช้ยาฉีดปลวก รวมถึงควรใส่ถุงมือและหน้ากากเพื่อป้องกันอันตรายจากสารเคมี

อย่างไรก็ตาม ถ้าปัญหาปลวกลุกลามบานปลายจนเกินรับมือ เราควรรีบติดต่อบริษัทกำจัดปลวก เพื่อให้เข้ามาดำเนินการจัดการ อย่างมืออาชีพ ด้วยอุปกรณ์และวิธีการที่เชี่ยวชาญ

เครื่องมือการตลาดใดที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุดในปี 2017

ในปีนี้การจัดสรรงบสำหรับสื่อดิจิทัลของแบรนด์แบ่งได้ 2 ฝั่งคือ แบรนด์แบ่งงบโฆษณาจากทีวีมาลงออนไลน์ และแบรนด์ที่ไม่ตัดงบฝั่งทีวี แต่เพิ่มงบในส่วนสื่อดิจิทัลแทน

นอกจากนี้ GroupM ยังได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของนักการตลาดไทย เกี่ยวกับเครื่องมือ (Tool) ที่จะช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยถามว่าเครื่องมือการตลาดใดที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุดในปี 2017

1. Real Time Media Dashboard 75%
2. ระบบ Programmatic 63%
3. Social Listening Tool 58%
4. Data Analysis Platform 50%
5. Ecommerce 29%
6. Bid Communication/Bid Optimization 25%
7. Messaging App 17%

จากผลสำรวจดังกล่าว ประเด็นที่น่าสนใจคือ นักการตลาดไทย ยังให้ความสำคัญกับ Ecommerce น้อยเกินไป เมื่อเทียบกับพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟน และการซื้อสินค้าออนไลน์ที่มากขึ้นเรื่อยๆ ของคนไทย ทว่า นี่อาจเป็นข้อดีสำหรับนักการตลาดที่จับทางได้เร็ว และลงมือทำก่อน

ที่มา:marketingoop

โซล่าเซลล์คุ้มค่าการลงทุน

พลังงานแสงอาทิตย์ คืออะไร? ระบบพลังงานแสงอาทิตย์คือระบบที่ใช้เทคโนโลยีในการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์โดยการจับเอารังสีของดวงอาทิตย์ซึ่งมีพลังงานโฟตอนมาแปลงเป็นกระแสไฟฟ้า แผงพลังงานแสงอาทิตย์ยังสามารถทำงานได้ภายใต้สภาพอากาศที่มีเมฆมาก นอกจากนั้นกระแสไฟฟ้าที่แปลงมาจากรังสีของดวงอาทิตย์จะเกิดขึ้นทันทีที่แผงได้รับพลังงาน และสามารถนำไปใช้ภายในตัวอาคารได้ทันทีเช่นกัน

ระบบพลังงานโซล่าเซลล์แสงอาทิตย์ประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลัก 2 อย่าง คือ แผงพลังงานแสงอาทิตย์หนึ่งชุด โดยปกติจะติดตั้งบนหลังคา และเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า ภายในแผงพลังงานแสงอาทิตย์จะมีซิลิคอนอยู่ 2 ชั้นซึ่งมีขั้วตรงข้ามกัน เมื่อแสงอาทิตย์ส่องไปที่แผงพลังงานแสงอาทิตย์ อิเล็กตรอนจะเดินทางจากชั้นหนึ่งไปสู่อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดกระแสไฟฟ้า เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าจะเปลี่ยนกระแสไฟฟ้านี้ให้มีค่าเท่ากับ 240 โวลท์ AC ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ภายในครัวเรือนได้

การประหยัดเงิน ก็เท่ากับการเพิ่มรายได้ ระบบพลังงานโซล่าเซลล์แสงอาทิตย์ที่ติดตั้งภายในที่อยู่อาศัยจึงเป็นการลงทุนที่คุณจะมีแต่ได้กับได้ เพราะคุณสามารถเห็นเม็ดเงินที่คุณประหยัดขึ้นได้จากการชำระค่าไฟฟ้าทุกเดือน สะสมไปเป็นปีเงินออมที่คุณประหยัดได้จะกลายเป็นเงินก้อน นอกจากนั้นคุณยังสามารถตัดกังวลเรื่องค่าไฟฟ้าที่จะสูงขึ้นทุกปี ทำให้เรากล้าพูดได้ว่าการลงทุนกับพลังงานแสงอาทิตย์นั้นเป็นการลงทุนที่มั่นคง ยั่งยืน ไม่เหมือนกับการลงทุนอื่น ๆ ที่คุณต้องอาศัยปัจจัยของตลาดเป็นตัวผันผวนกำไร และรายได้ ยิ่งไปกว่านั้นการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับอาคาร หรือสถานที่ที่ปล่อยให้เช่าอีกด้วย

เพิ่มเติม: http://www.greattech.co.th/

รู้จักกับผ้า Microfiber

ผ้าMicrofiber คือผ้าตระกูลเส้นใยสังเคราะห์ส่วนใหญ่เป็นวัสดุที่ทำจากโพลีเอสเตอร์ (polyester) ใช้วิธีการหลอมแล้วรีดเส้นใยออกมาจากหัวฉีดที่เรียกว่าสปินเนอเร็ต (spineret) ลักษณะความละเอียดของผ้าขึ้นอยู่กับขนาดรูสปินเนอเร็ตที่ต้องการให้เส้นใยเล็กหรือละเอียดมากน้อยเพียงใดดังนั้นด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันผู้ผลิตสามารถผลิตเส้นใยของผ้าMicrofiberได้เล็กและละเอียดกว่าเส้นใยที่ได้จากธรรมชาติถึง7-10 เท่า

หน่วยวัดความละเอียดของเส้นใยคือดีเนียร์ (Denier) ซึ่งเป็นมาตรวัดความหนาแน่นมวลเชิงเส้น (Linear mass density) หมายถึงค่าน้ำหนักหน่วยเป็นกรัมต่อเส้นใย (Fibre) ที่มีความยาว 9.0 เมตรยิ่งค่าDenier น้อยยิ่งแสดงถึงความเล็กของเส้นใยโดยทั่วไปเส้นใยที่มีค่าDenier น้อยกว่า1 จัดว่าเป็นไมโครไฟเบอร์

ลักษณะเด่นของไมโครไฟเบอร์

ไมโครไฟเบอร์เป็นเส้นใยที่เล็กละเอียดมากจึงเป็นผลให้เส้นใยไมโครไฟเบอร์สามารถซอกซอนเข้าถึงรอยแตก/แยกที่เล็กที่สุดบนพื้นผิวได้อย่างง่ายดาย
เส้นใยไมโครไฟเบอร์มีโพลีเมอร์อีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่าไลโอฟิลิคซึ่งมีคุณสมบัติในการดูดซับคราบมันทั้งหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไมโครไฟเบอร์แต่ละเส้นมีลักษณะเป็นมุมและมีขอบลิ่มทำให้เกิดชั้นของไมโครไฟเบอร์ที่ลึกและซับซ้อนเพื่อประโยชน์ในการกักเก็บฝุ่นได้ในจำนวนมากจนถึงชั้นในสุดของเส้นใยและเป็นผลให้สามารถเก็บกวาดฝุ่นผงที่มีขนาดเล็กละเอียดมากๆได้อย่างดีเยี่ยมด้วย

เปิดโลกธุรกิจ